| ทำไม layout ของเวบไซท์เมื่อเปิดด้วย IE 8.0, SAFARI หรือ Chrome ถึงดูไม่เรียบร้อย |
|
|
โครงสร้างทั้งหมดของเวบไซท์ BOTANICESSENCE พัฒนาขึ้นเรื่อยมาตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง ดังนั้นระบบหลักได้ถูกเริ่มต้นพัฒนา ทดสอบและ Compatible กับบราวเซอร์ Internet Explorer 7.0 เป็นหลัก ตั้งแต่เมื่อมีการ upgrade เบราเซอร์เป็น Internet Explorer 8.0 ทำให้ Layout ต่าง ๆ เมื่อเปิดด้วย Internet Explorer 8.0 และบราวเซอร์อื่นๆ จึงดูผิดเพี้ยนไปจากเดิม อีกทั้งเรายังมีปัญหากับ Javascript ที่ใช้ในระบบตะกร้าสินค้าที่ไม่ Competible กับบราวเซอร์อื่น ๆ นอกเหนือจาก Internet Explorer ทำให้ลูกค้าที่ใช้บราวเซอร์อื่น ๆ เหล่านั้นไม่สามารถ Add สินค้าลงในตะกร้าสินค้าได้ ด้วยเหตุนี้ เราจึงแนะนำให้ผู้เข้าชมใช้ Internet Explorer 7.0 ขึ้นไปในการเปิดดูข้อมูลและสั่งซื้อสินค้าจากเวบไซท์ของ BOTANICESSENCE เท่านั้น และหากท่านในใช้บราวเซอร์ Internet Explorer 8.0 แล้วยังเห็น Layout ที่ไม่เรียบร้อย ท่านสามารถคลิ๊กที่ปุ่ม Compatibility View ซึ่งอยู่ด้านขวาบน ติดกับ Address Bar ของบราวเซอร์ เพื่อให้ Internet Explorer 8.0 สามารถแสดงผล Layout ได้อย่างถูกต้อง ภาพประกอบดูได้ข้างล่าง

Internet Explorer 8.0 เมื่อ "ปิด" Compatibility View
|
Internet Explorer 8.0 เมื่อ "เปิด" Compatibility View
|
|
|
|
|
|
| คุณภาพของน้ำมันหอมระเหยจาก BOTANICESSENCE |
|
|
คุณภาพของน้ำมันหอมระเหย ขึ้นอยู่กับคุณภาพของวัตถุดิบที่นำมาทำการกลั่นน้ำมันหอมระเหย กรรมวิธีการกลั่น ระยะเวลาที่ใช้ในการกลั่นอย่างถูกต้อง และการรักษาความสะอาดตั้งแต่เริ่มต้นการผลิตจนถึงการบรรจุขวด โดยที่น้ำมันหอมระเหยของที่เราจัดจำหน่ายนั้น ได้รับการคัดสรรคุณภาพจากผู้ผลิตหลาย ๆ รายมาเป็นอย่างดี และคัดเลือกคุณภาพที่ดีที่สุด นำเข้ามาจากทั้งในและนอกประเทศ ไม่ว่าจะเป็น ฝรั่งเศส บัลแกเรีย อังกฤษ ออสเตรเลีย เนปาล แอฟริกาใต้ มาร์ดากัสการ์ อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย และที่เองผลิตได้ในประเทศไทย ซึ่งผู้ผลิตเหล่านี้ มีกระบวนการผลิตตั้งแต่การเพาะปลูกจนถึงการกลั่นที่ได้มาตรฐาน มีการควบคุมคุณภาพเป็นอย่างดีและมี Certificate of Analysis รับรองคุณภาพของน้ำมันหอมระเหยที่นำเข้ามา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ผลิตในแถบยุโรปอย่างฝรั่งเศส อังกฤษ และบัลแกเรียที่เราทำการนำเข้าน้ำมันหอมระเหยนั้น ก็เป็นผู้ผลิตน้ำมันหอมระเหยให้กับแบรนด์น้ำหอมชั้นนำในยุโรป ที่มีการนำน้ำมันหอมระเหยไปเป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ของแต่ละที่เช่นกัน อีกทั้งบรรจุภัณฑ์น้ำมันหอมระเหยที่เราใช้เป็นวัสดุขวดแก้วทึบที่มีคุณภาพสูงอย่างดี ซึ่งผลิตมาเพื่อบรรจุผลิตภัณฑ์แบบน้ำมันหอมระเหยโดยเฉพาะ ด้วยเหตุผลข้างต้น จึงทำให้ท่านมั่นใจได้ว่าน้ำมันหอมระเหยที่คุณได้จากเราไปนั้น มีคุณภาพอยู่ในระดับแถวหน้าของน้ำมันหอมระเหยทั้งหมดที่จำหน่ายอยู่ทั้งในและนอกประเทศ มีคุณภาพทัดเีทียมกับน้ำมันหอมระเหยที่จำหน่ายบนเวบไซท์ชั้นนำในต่างประเทศ เช่น อเมริกา อังกฤษ และยุโรป และมีคุณภาพอยู่ในระดับเดียวกันหรือสูงกว่าสินค้าเกี่ยวกับน้ำมันหอมระเหยของแบรนด์ต่างประเทศที่มีการนำเข้ามาจำหน่ายตามห้างสรรพสินค้า โรงแรม หรือสปาชั้นนำ แทบทุกแห่งในประเทศ
|
|
|
| น้ำมันหอมระเหย BOTANICESSENCE แต่ละชนิดแตกต่างกันอย่างไร |
|
|
BOTANICESSENCE มีน้ำมันหอมระเหยบริสุทธิ์ สกัดจากพืชธรรมชาติ 100% อยู่ 3 แบบที่แตกต่างกัน และน้ำมันธรรมชาติ Virgin Oil คือ
1. น้ำมันหอมระเหย Certified Organic
เป็นน้ำมันหอมระเหยแท้ 100% ที่สกัดจากพืชที่เติบโตตามธรรมชาติ หรือได้รับการเพาะปลูกโดยวิธีเกษตรอินทรีย์โดยไม่ใช่สารเคมีตลอดขั้นตอนการเพาะปลูก รวมถึงมีการควบคุมมาตรฐานตลอดทุกขั้นตอนการเก็บเกี่ยวและนำวัตถุดิบมากลั่น เพื่อให้น้ำมันหอมระเหยที่ได้มานั้นมีความสะอาดและบริสุทธิ์ 100% ตรงตามมาตรฐานขององค์กรที่ให้ใบรับรอง Certified Organic เช่น USDA หรือ ECOCERT โดยเอกสารรับรองความเป็นผลิตภัณฑ์ออแกนิกส์นั้น จะมีรายการของผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองกำกับอยู่ด้วย และส่วนมากจะมีอายุประมาณ 1-3 ปีก่อนที่ผู้ผลิตแต่ละรายจะ้ต้องต่ออายุใบ Certificate ใหม่อีกครั้งหนึ่ง ส่วนมากแล้ว เนื่องจากขั้นตอนการขอ Certificate ค่อนข้างเข้มงวดและมีค่าใช้จ่ายสูง จึงทำให้ Organic Certifiacate มักจะมีเฉพาะในผู้ผลิตหรือตัวแทนจำหน่ายรายใหญ่เท่านั้น แต่จะว่าไปแล้ว การที่น้ำมันหอมระเหยชนิดใด ๆ เป็นน้ำมันหอมระเหย Certified Organic นั้น ไม่ได้หมายความว่าน้ำมันหอมระเหยนั้นมีคุณภาพดีที่สุด เพราะ Organic Certificate เป็นเพียงการรับรองคุณภาพแบบ Organic เท่านั้น อีกทั้งการวัดคุณภาพของน้ำมันหอมระเหยแต่ละชนิด ยังขึ้นอยู่กับปัจจัยหลาย ๆ อย่าง เช่น แหล่งเพาะปลูก สภาพดินฟ้าอากาศ และการดูแลเอาใจใส่ตลอดการดำเนินงานอีกด้วย
2. น้ำมันหอมระเหยแท้ 100%
น้ำมันหอมระเหยแท้ 100% มีคุณสมบัติและข้อมูลไม่ต่างอะไรกับน้ำมันหอมระเหย Certified Organic เพียงแต่ว่าผู้ผลิตที่ปลูกพืชและกลั่นน้ำัมันหอมระเหยนั้น ไม่ได้ลงทะเบียนหรือขอ Organic Certificate จากองค์กรที่ให้การรับรอง อาจเนื่องด้วยเหตุผลที่เป็นฟาร์มเล็ก ๆ มีการเพาะปลูกและผลิตน้ำมันหอมระเหยเีพียงไม่กี่ชนิดและได้รับความเชื่อมั่นในคุณภาพและชื่อเสียงของน้ำมันหอมระเหยที่ผลิตอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องขอใบรับรองจากองค์กรใด ๆ แต่นั้นไม่ได้หมายความว่าน้ำมันหอมระเหยแท้ 100% ที่ได้จากผู้ผลิตเหล่านี้ จะมีคุณภาพด้อยกว่าน้ำมันหอมระเหยที่มี Organic Certificate แต่อย่างใด ในทางตรงกันข้าม น้ำมันหอมระเหยจากผู้ผลิตจากฟาร์มเล็ก ๆ บางรายจากแหล่งเพาะปลูกที่ดี มีการดูแลเอาใจใส่ในคุณภาพของพืชและมีเทคนิคการกลั่นน้ำมันหอมระเหยที่ได้รับการสืบทอดกันมาในครอบครัว ก็สามารถให้ผลผลิตน้ำมันหอมระเหยที่มีคุณภาพที่ดีที่สุดได้เช่นกัน
3. น้ำมันหอมระเหยเบลนด์
น้ำมันหอมระเหยเบลนด์ หรือน้ำมันหอมระเหยผสม เป็นน้ำมันหอมระเหยที่ทาง BOTANICESSENCE นำน้ำมันหอมระเหยแท้ 100% หลาย ๆ ชนิด มาผสมกันตามอัตราส่วนที่พอเหมาะตามสูตรของเราเอง เพื่อให้ได้น้ำมันหอมระเหยที่มีคุณภาพพิเศษตามที่ต้องการ เช่น น้ำมันหอมระเหยเบลนด์ Sleep Well ที่เราใช้ Roman Chamomile, Lavender และ Ylang Ylang ผสมกันเพื่อให้ได้คุณสมบัติในการช่วยคลายความตึงเครียด และช่วยผ่อนคลายให้นอนหลับสบายยิ่งขึ้น หรือน้ำมันหอมระเหยเบลนด์ Purify ที่ผสมจาก Frankincense, Tea Tree และ Eucalyptus ที่มีคุณสมบัติช่วยในการฆ่าเชื้อโรคและปรับอากาศให้บริสุทธิ์ เมื่อใช้กับการกระจายกลิ่นในอากาศด้วยเตาน้ำมันหอมระเหย หรือเครื่อง diffuser.
4. น้ำมันธรรมชาติ Virgin Oil
น้ำมันธรรมชาติ Virgin Oil หรือที่เรียกกันว่า Carrier Oil, Fixed Oil, Base Oil หรือน้ำมันพืช ไม่ใช่น้ำมันหอมระเหย แต่เป็นน้ำมันที่ได้จากพืชทั่วไป ประกอบด้วยกรดไขมันเป็นหลัก มีกลิ่นอ่อนกว่าน้ำมันหอมระเหยจนถึงอาจจะไม่มีกลิ่นในบางชนิด มีความอ่อนโยนและสามารถใช้กับผิวได้โดยตรงโดยไม่เกิดอันตราย เว้นแต่ผู้ที่มีอาการแพ้เท่านั้น น้ำมันชนิดนี้ มีหลายเกรดด้วยกัน เช่น น้ำมันที่ได้จากการสกัดด้วยวิธีสกัดเย็น จะเรียกว่า Cold Pressed Oil หรือ Virgin Oil เป็นน้ำมันที่มีคุณภาพสูงที่สุด อุดมด้วยแร่ธาตุและ่ส่วนประกอบตามธรรมชาติในปริมาณที่มากที่สุด ตัวอย่างน้ำมันเหล่านี้คือ Jojoba, Rosehip, Moringa, Coconut, Evening Primrose, Sweet Almond และอื่น ๆ
|
|
|
ผู้ซื้อจะทราบได้อย่างไรว่าคุณภาพของสินค้าที่ขายเป็นอย่างไร |
|
|
วิธีการในการตรวจสอบคุณภาพของเบื้องต้นจากผู้ขาย เริ่มต้นจากการเปรียบเทียบราคาของสินค้า น้ำมันหอมระเหยบางชนิดที่มีกรรมวิธีการสกัดที่ยาก หรือต้องใช้วัตถุดิบเป็นปริมาณมากเพื่อจะกลั่นน้ำมันหอมระเหยในปริมาณใด ๆ ควรมีราคาที่แพงเป็นปกติ ดังนั้นถ้าราคาที่คุณพบเป็นราคาที่ถูกเกินไป ให้คุณถามเหตุผลจากผู้ขายถึงการตั้งราคานั้น อย่างเ่ช่นน้ำมันหอมระเหยกุหลาบดาัมัส หรือ Rose Otto ต้องใช้กลีบกุหลาบปริมาณหลายตัน เพื่อที่จะกลั่นให้ได้น้ำมันหอมระเหยออกมา 1 ลิตรนั้น ไม่ควรมีราคาต่ำกว่า 400-500 บาทต่อ 1 มิลลิลิตร หรือ 250,000 บาทต่อลิตร ถ้าผู้ขายไม่สามารถให้คำตอบที่น่าเชื่อถือได้ ผู้ซื้อก็ควรตัดสินใจให้ดีว่าจะยอมซื้อหรือไม่ หรือดูปัจจัยอื่น ๆ ประกอบด้วย เช่น บรรจุภัณฑ์ ว่าบรรจุภัณฑ์ที่ผู้ขายใช้นั้น เป็นอย่างไร พึงระลึกไว้เสมอว่า ผู้ขายที่มีความรู้เกี่ยวกับการรักษาคุณภาพน้ำมันหอมระเหยเป็นอย่างดี จะต้องบรรจุน้ำมันหอมระเหยในขวดแก้วพิเศษสีทึบ ที่ทำมาเฉพาะบรรจุน้ำมันหอมระเหยหรือสารที่มีความเข้มข้นสูงเท่านั้น ตัวหยดหรือดรอปเปอร์และฝาปิดต้องทำมาจากพลาสติกแข็งพิเศษ ฝาปิดอาจจะเป็นฝาอะลูมิเนียมก็ได้ เพราะน้ำมันหอมระเหยแท้มีความสามารถในการละลายพลาสติกได้ ถ้าบรรจุน้ำมันหอมระเหยแท้ในขวดพลาสติก ก็จะทำให้เกิดการเจือปนของสารปิโตรเคมีจากขวดพลาสติกที่ถูกน้ำมันหอมระเหยทำละลาย และเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อผู้ที่นำไปใช้ หรือในอีกนัยหนึง สินค้าที่บรรจุในขวดพลาสติกนั้น อาจเป็นเพียงน้ำมันหอมสังเคราะห์ธรรมดา ไม่ใช่น้ำมันหอมระเหยแท้ก็ได้
อีกวิธีหนึ่งซึ่งเป็นวิธีตรวจสอบคุณภาพน้ำมันหอมระเหยที่เป็นที่แพร่หลายที่สุด คือผู้ซื้อควรขอดู Certificate of Analysis (CoA) ของน้ำมันหอมระเหยแต่ละชนิดจากผู้ขาย ซึ่งข้อมูลใน CoA นี้ จะบอกถึงข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่าง ๆ ของน้ำมันหอมระเหย ไม่ว่าจะเป็น ชื่อทางวิทยาศาสตร์, แหล่งกำเนิดของน้ำมันหอมระเหย, สีและลักษณะที่สังเกตได้, ค่าความถ่วงจำเพาะ, ค่าการหักเหของแสง (Reflective Index), การทำละลายในแอลกอฮอล์ และน้ำ รวมถึงองค์ประกอบทางเคมีของน้ำมันหอมระเหย ทั้งทางคุณภาพ และปริมาณ (Qualitative and Quantitative) ซึ่งจะเป็นประโยชน์แก่ผู้ซื้อในการที่จะตรวจสอบคุณภาพและความน่าเชื่อถือของทั้งสินค้า และตัวผู้ขายได้เป็นอย่างดี เพื่อให้มั่นใจได้ว่าได้สินค้าและบริการที่คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป
|
|
|
มีความจำเป็นแค่ไหนที่ต้องใช้น้ำมันหอมระเหยของแท้ทั้ง ๆ ที่สามารถซื้อน้ำหอมธรรมดาในราคาที่ถูกกว่ามาก |
|
|
การเลือกซื้อน้ำมันหอมระเหย หากผู้ซื้อต้องการเพียงสร้างกลิ่นหอมให้ถูกใจ นาน ๆ ใช้ที ก็อาจซื้อน้ำหอมทั่วไปที่สังเคราะห์มาจากสารเคมี 100% หรือเลือกซื้อน้ำหอมผสมซึ่งอาจมีน้ำมันหอมระเหย อยู่ในปริมาณไม่เกิน 20% ผสมกับกลิ่นสังเคราะห์ต่าง ๆ ซึ่งจะช่วยประหยัดเงินได้มากกว่า และแน่นอนกว่าน้ำหอมเหล่านี้จะมีกลิ่นหอมที่ถูกใจผู้ใช้มากกว่ากลิ่นของน้ำมันหอมระเหยแท้ ที่เป็นกลิ่นหอมที่เกิดจากการกลั่นน้ำมันหอมระเหยจากพืชธรรมชาติโดยไม่ผ่านการปรุงแต่ง แต่ถ้าหากผู้ซื้อต้องการซื้อเพื่อผลทางด้านการฟื้นฟูร่างกาย ปรับสภาพจิตใจ การบำบัดรักษาแบบทางเลือก หรือเพื่อสุขภาพ และไม่เป็นอันตรายต่อเนื้อเยื่อต่าง ๆ ของระบบทางเดินหายใจที่เป็นความแตกต่างข้อใหญ่ของน้ำมันหอมระเหยแท้บริสุทธิ์กับของสังเคราะห์ นอกเหนือไปจากความหอมแบบธรรมชาติที่ได้จากน้ำมันหอมระเหยแท้แล้ว การจ่ายมากกว่าเพื่อสุขภาพและคุึณภาพชีวิตที่ดีกว่า ก็น่าจะเป็นทางเลือกที่ควรจะำทำมากกว่า ผลของความแตกต่างระหว่าง "สิ่งที่ได้จากธรรมชาติ" และ "สิ่งที่สังเคราะห์" ขึ้นมานั้น อาจจะต้องชี้วัดด้วยสุขภาพของผู้ใช้เลยทีเดียว
โดยธรรมชาติแล้ว ผู้หญิงจะชอบกลิ่นหอมที่ออกในแนวของดอกไม้หรือส้ม ซึ่งน้ำมันหอมระเหยแท้ที่ได้จากการกลั่นส่วนดอกนั้นมีเพียงไม่กี่ชนิด เช่น Lavender, Jasmine, Rosemary, Neroli (Orange Blossom) หรือกลิ่นที่ให้ความรู้สึกหอมหวาน เช่น Orange, Grapefruit แต่น้ำมันหอมระเหยแท้ที่มีคุณสมบัติที่ดีสำหรับผู้หญิงเช่น Marjoram, Clary Sage, Yarrow, Geranium, Cypress, Blackpepper นั้นหลาย ๆ ตัวมีกลิ่นที่หลาย ๆ คนอาจไม่ชอบ แต่กลับมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างยิ่งหากนำไปใช้อย่างถูกวิธี เราอยากแนะนำให้ผู้ซื้อทุกท่านทราบว่า เหตุผลในการเลือกซื้อน้ำมันหอมระเหยแท้เพื่อนำไปใช้นั้น ควรให้ความสำคัญกับเรื่องของธรรมชาติบำบัดที่ได้จากคุณสมบัติของน้ำมันหอมระเหยแต่ละชนิด ไม่น้อยไปกว่าความถูกใจหรือพึงพอใจในกลิ่นของน้ำมันหอมระเหย
อ่านข้อมูลความแตกต่างระหว่างน้ำมันหอมระเหย และน้ำมันหอมสังเคราะห์ [คลิ๊กที่นี่]
|
|
|
ทางเวบไซท์มีหน้าร้านที่ผู้ซื้อสามารถแวะไปเยี่ยมชมหรือไม่ |
|
|
เพื่อให้เราสามารถจำหน่ายน้ำมันหอมระเหยที่มีคุณภาพดีที่สุดที่ผู้ซื้อจะหาได้ในประเทศไทย และคุณสามารถซื้อสินค้าที่ มีคุณภาพดีที่สุด ได้ในราคาที่แทบจะเรียกได้ว่า ถูกที่สุด เราจึงใช้ช่องทางการขายบนเวบไซท์ เพื่อประหยัดต้นทุนที่ไม่จำเป็นต่าง ๆ เช่น ร้านค้า พนักงาน และค่าใช้จ่ายจิปาถะอื่น ๆ ซึ่งคุณจะเห็นได้ว่า น้ำมันหอมระเหยของเราที่จำหน่ายบนเวบไซท์นั้น มีราคาที่ถูกมาก ในขณะที่เราสามารถรับประกันได้ว่าคุณภาพของน้ำมันหอมระเหยทุึกขวด เป็นน้ำมันหอมระเหยเกรดพรีเมี่ยม ที่มาจากผู้ผลิตคุณภาพทั่วโลกที่เราคัดสรรมาอย่างดีแล้วเท่านั้น เพื่อคุณภาพในการบำบัดแบบธรรมชาติที่มีประสิทธิภาพที่สุด
แต่เนื่องจากมีความต้องการจากผู้ซื้อจำนวนมากที่ต้องการทดสอบน้ำมันหอมระเหยที่มีอยู่กว่า 100 ชนิดก่อนซื้อ หรือบางท่านที่ไม่สะดวกที่จะสั่งทางเวบไซท์เพื่อจัดส่งทางไปรษณีย์ ทางเราได้เล็งเห็นถึงปัญหาความไม่สะดวกของหลาย ๆ ท่านในจุดนี้ จึงตัดสินใจวางขายน้ำมันหอมระเหย BOTANICESSENCE ในร้านของเราที่ตั้งอยู่ที่ M-Square Plaza ชั้นใต้ดิน B1 อาคารมาลีนนท์ (ช่อง 3) ถนนพระราม 4 กรุงเทพมหานคร (เปิดทุกวันจันทร์-ศุกร์เวลา 10:30-16:00 น. ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์) ผู้ที่สนใจที่อยู่ในละแวกใกล้เคียงหรือสามารถเดินทางไปได้สะดวก สามารถทดลองน้ำมันหอมระเหยและซื้อได้จากที่ร้านนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ทั้งนี้ น้ำมันหอมระเหยที่วางขายในร้านจะจำกัดขนาดที่ 10 ml. เท่านั้น หรือจะเป็นขนาด 5 ml. สำหรับชนิดที่มีราคาแพง และขนาด 100 ml. สำหรับกลิ่นที่เป็นที่นิยม ท่านสามารถติดต่อก่อนเข้าร้านได้ที่หมายเลข 081-354-3664 (คุณนัท) ได้ตลอดเวลา
ในเรื่องของข้อมูลเกี่ยวกับน้ำมันหอมระเหย ผู้ซื้อสามารถดูข้อมูลน้ำมันหอมระเหยแต่ละชนิดได้ในเวบไซท์ ซึ่งเราเชื่อว่าได้ให้ข้อมูลภาษาไทยที่เป็นประโยชน์มากเพียงพอต่อการตัดสินใจ หรือหากต้องการติดต่อเพื่อนัดหมายหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือทดลองตัวอย่าง สามารถติดต่อได้ที่ botanicessence@yahoo.com หรือที่หมายเลข 081-354-3664 (คุณนัท) เพื่อพูดคุยหรือนัดพบที่ร้านของเราได้หากท่านสะดวก
เนื่องจากนโยบายในการจำหน่ายคือต้องการนำเสนอน้ำมันหอมระเหยแท้คุณภาพสูงในราคาที่พอใจแก่ผู้ซื้อ โดยเน้นไปที่ผู้ใช้ทั่ว ๆ ไป เราจึงจำกัดขนาดสูงสุดไว้ที่ขวดขนาด 100ml เท่านั้น ท่านที่สนใจจะสั่งซื้อเป็นแบบ wholesale (ขนาด 500ml - 1000ml ขึ้นไป) หรือขนาด 5ml, 10ml, 30ml, 100ml ในปริมาณมากเพื่อนำไปใช้ตามความต้องการต่าง ๆ ให้ติดต่อที่หมายเลขโทรศัพท์ที่ให้ไว้
|
|
|
ทำไมถึงสามารถขายน้ำมันหอมระเหยแท้ได้ในราคาถูกกว่าราคาของผู้ขายอื่น ๆ ทั่วไป |
|
|
เรามีประสบการณ์ในด้านการจัดหาแหล่งผู้ผลิตน้ำมันหอมระเหยแท้ จากต่างประเทศมาเป็นเวลากว่า 6 ปี และมีความสัมพันธ์อันดีกับผู้ผลิตในแต่ละประเทศ จึงทำให้เราสามารถจัดซื้อและนำเข้าน้ำมันหอมระเหยแท้ที่มีคุณภาพลำดับต้น ๆ ของโลกได้จากผู้ผลิตโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นจากประเทศ ฝรั่งเศส อังกฤษ และอื่น ๆ ในแถบยุโรป ออสเตรเลีย อินโดนีเซีย อินเดีย แอฟริกา หรือในประเทศไทย อีกทั้งในส่วนของการขายน้ำมันหอมระเหยผ่านทางเวบไซท์โดยตรงจากเราเอง ทำให้เราได้ลดต้นทุนที่ไม่จำเป็นต่าง ๆ ออกไปเช่น ส่วนแบ่งรายได้ในการขายบนห้าง ซึ่งจะเป็นต้นทุนกว่า 35% ของราคาขายที่ผู้ขายทั่วไปจะต้องแบ่งให้กับทางห้างสรรพสินค้า หรือต้นทุนค่าเช่าร้าน ค่าพนักงาน ค่าน้ำไฟและอื่น ๆ ซึ่งต้นทุนส่วนนี้ได้ถูกบวกเพิ่มเข้าไปในราคาสินค้า ทำให้ต้องมีราคาแพงอย่างเลี่ยงไม่ได้ อีกทั้งเรานำเข้าน้ำมันหอมระเหยมาในปริมาณที่มาก ทำให้สามารถซื้อได้ในราคาที่ถูกลง น้ำมันหอมระเหยที่นำเข้ามาส่วนหนึ่งเรานำไปใช้ในไลน์ธุรกิจอื่นของเรา และส่วนหนึ่งเรานำมาแบ่งจำหน่ายปลีกย่อยแก่ผู้ที่สนใจ ทำให้เราไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องการจัดการสินค้าคงเหลือ และเป็นความต้องการของผู้ขายโดยตรง ที่อยากให้ผู้ใช้ได้สัมผัสกับน้ำมันหอมระเหยที่มีคุณภาพในราคาีที่ไม่แพงจนเกินไปอย่างที่เห็น ๆ ในปัจจุบัน ด้วยเหตุนี้เอง เราจึงสามารถจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพในระดับแนวหน้าได้ ในราคาที่เหมาะสมกับกำลังซื้อของทุก ๆ คน
เนื่องจากเหตุผลในด้านราคาขายที่ถูก และต้นทุนการจัดการขนส่ง ไม่ว่าจะเป็นในด้านค่าแรงของพนักงาน ค่าใช้จ่ายในการเดินทางจัดส่งที่เป็นต้นทุนของเรานอกเหนือจากค่าไปรษณีย์ที่ลูกค้าเป็นผู้รับผิดชอบ จึงขอสงวนสิทธิ์ในการสั่งซื้อ บนระบบ Online จะสามารถส่งคำสั่งซื้อได้เฉพาะสำหรับยอดสั่งซื้อที่เกินกว่า 300 บาท เท่านั้น หากท่านใดที่ต้องการซื้อในยอดสั่งซื้อที่น้อยกว่า 300 บาท กรุณาติดต่อทาง e-mail botanicessence@yahoo.com เป็นกรณีพิเศษ
|
|
|
ผู้ซื้อสามารถชำระค่าสินค้าด้วยวิธีใดได้บ้าง |
|
|
ผู้ซื้อสามารถชำระเงินได้หลายวิธีแล้วแต่ความสะดวก เช่น
- โอนเงินผ่านทางธนาคาร, ตู้ ATM หรือ Internet Banking (สำหรับยอดสั่งซื้อปกติที่กำหนดขั้นต่ำ 300 บาท)
- นัดรับสินค้าและชำระเิงิน (เฉพาะในเขตกรุงเทพชั้นใน บริเวณสาทร สีลมหรือแนวรถไฟฟ้าเท่านั้น มูลค่าสั่งซื้อต้องมากกว่า 5,000 บาท)
- ชำระเงินด้วยวิธี Online (Paypal)
ข้อมูลในการสั่งซื้อของลูกค้าทุกท่านไม่ว่าจะเป็น ชื่อ ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ หรือ e-mail หลังจากสั่งซื้อและจัดส่งเสร็จสิ้นจะถูกเก็บไว้เป็นความลับ หรือจะลบทิ้งออกจากระบบตามการร้องขอ ข้อมูลบัญชีธนาคารของทางเวบไซท์ เพื่อให้ผู้ซื้อโอนเงินชำระค่าสินค้าจะแสดงขึ้นมาในระหว่างขั้นตอนการยืนยันคำสั่งซื้อ โดยเราขอความร่วมมือผู้ซื้อหลังการสั่งซื้อเสร็จสิ้นแล้ว ให้ยืนยันการชำระเงินในระบบบนเวบไซท์ และเก็บหลักฐานการชำระเงินทั้งหมดไว้จนกว่าจะได้รับสินค้า ผู้ซื้อสามารถติดตามแก้ไขสถานะการสั่งซื้อตั้งแต่สั่งซื้อจนถึงส่งสินค้าได้จากระบบในเวบไซท์
|
|
|
หลังจากผู้ซื้อได้โอนเงินค่าสินค้าแล้ว ของจะถูกส่งภายในกี่วัน |
|
|
เมื่อได้รับการยืนยันชำระเงินแล้ว พัสดุจะถูกส่งภายในไม่เกิน 3 วันทำการของไปรษณีย์ แต่ปกติแล้วเราจะจัดส่งให้ ภายในเช้าวันถัดไป นับจากผู้ซื้อได้ยืนยันการชำระเงินแล้ว ผู้ซื้อสามารถดูสถานะของคำสั่งซื้อได้ในระบบของเวบไซท์ ในหน้าของรายการสถานะสั่งซื้อ [คลิ๊กที่นี่] ทั้งนี้ ลูกค้าต้อง Login เข้าสู่ระบบทุกครั้งก่อนที่จะดูสถานะสั่งซื้อได้
|
|
|
ค่าใช้จ่ายในการขนส่งมีการคิดคำนวณอย่างไร |
|
|
 การเสนอค่าขนส่งฟรีแก่ผู้ซื้อในขณะที่ซื้อปริมาณน้อย นั่นเป็นเพราะต้นทุนทางด้านขนส่ง ได้ถูกรวมไปในราคาสินค้าแล้ว แต่เรามีนโนบายที่จะไม่รวมต้นทุนใด ๆ ที่ไม่จำเป็นเข้าไปในราคาของสินค้าของเรา ซึ่งจะ่เป็นธรรมแก่ผู้ซื้อที่มารับสินค้าด้วยตัวเอง ดังนั้น ค่าขนส่งของเราจะคำนวณจากอัตราค่าบริการของผู้ให้บริการขนส่งโดยตรง เช่น ไปรษณีย์ไทย สำหรับการขนส่งในประเทศ และ FedEx สำหรับการส่งของออกนอกประเทศ แต่อย่างไรก็ดี เรามีความจำเป็นต้องคิดค่าจัดส่งขั้นต่ำ 50 บาทต่อครั้ง และมีความยินดีที่จะจัดส่งภายในประเทศให้ฟรีแก่ผู้ซื้อที่มียอดการสั่งซื้อ มากกว่า 1,500 บาท ขึ้นไป
ผู้ซื้อสามารถตรวจสอบค่าบริการขนส่งได้ที่ เวบไซท์ของไปรษณีย์ไทย
สำหรับทุกรายการสั่งซื้อ เราขอสงวนสิทธ์จัดส่งแบบพัสดุไปรษณีย์ด่วนพิเศษ (EMS) หรือไปรษณีย์ลงทะเบียน เท่านั้น ด้วยเหตุผลทางด้านการรับประกันความปลอดภัยและการชดเชยความเสียหายให้สามารถจัดการได้อย่างรวดเร็ว ในกรณีที่เกิดเหตุสุดวิัสัย หรือพัสดุไปรษณีย์สูญหาย โดยเราจะส่งสินค้าให้ใหม่ทันทีในกรณีที่พัสดุไปรษณีย์สูญหาย โดยไม่รอการตรวจสอบจากทางไปรษณีย์ไทย เพื่อความพึงพอใจสูงสุดของผู้ซื้อ
|
|
|
ผู้ขายสามารถส่งของไปยังที่อยู่ในต่างประเทศได้หรือไม่ ด้วยวิธีการใด |
|
|
เราสามารถส่งสินค้าไปยังที่อยู่ต่างประเทศได้ ทั้งนี้ ค่าขนส่งจะมีราคาสูงขึ้นอยู่กับน้ำหนักขนส่งและประเทศปลายทางตามอัตราค่าขนส่งที่ผู้ให้บริการ ขนส่งระหว่างประเทศ (ThailandPost หรือ FedEx) กำหนด โดยปกติแล้ว สินค้าที่น้ำหนักอยู่ระหว่าง 0-8 กิโลกรัม การส่งด้วยไปรษณีย์ EMS จะถูกที่สุด และสินค้าที่น้ำหนักระหว่าง 8-40 กิโลกรัม การส่งด้วย FedEx จะคุ้มค่าที่สุด
|
|
|
มีการรับประกันความเสียหายที่เกิดจากการขนส่ง หรือหายระหว่างทางหรือไม่ |
|
|
ด้วยเหตุที่พัสดุทั้งหมดจะถูกจัดส่งด้วยไปรษณีย์ลงทะเบียน หรือทางไปรษณีย์ EMS เราจึงสามารถรับประกันความเสียหายของสินค้าที่ส่ง โดยการส่งสินค้าไปให้ใหม่ตรงกับรายการที่ผู้ซื้อได้สั่งไว้หากเกิดเหตุผู้ซื้อไม่ได้รับสินค้าหรือมีความเสียหายระหว่างทางเกิดขึ้น ทั้งนี้ ต้องขอความร่วมมือจากผู้ซื้อให้ตรวจเช็คสภาพพัสดุทันที ที่ได้รับจากพนักงานจัดส่ง และหากเกิดความเสียหายขึ้น ให้แจ้งความเสียหายกับทางผู้จัดส่งและติดต่อเราทันทีที่ได้รับสินค้า หรือไม่เกิน 3 วัน โดยทางเราจะต้องขอเวลาตรวจสอบเพื่อยืนยันกับทางผู้จัดส่งให้แน่ใจว่า เป็นการเสียหายหรือสูญหายที่เกิดขึ้นระหว่างการขนส่งจริง โดยจะใช้เวลาไม่เกิน 2 สัปดาห์ในการตรวจสอบ (ถึงแม้ว่ากระบวนการตรวจสอบของไปรษณีย์ไทยจะใช้เวลามากกว่านั้น) และจะจัดส่งสินค้าไปให้ใหม่ทันที โดยที่จะไม่มีการคิดค่าสินค้าหรือค่าดำิเนินการจัดส่งใด ๆ เพิ่มเติมกับทางผู้ซื้ออีก
|
|
|
นอกเหนือจากสินค้าที่ขายแล้ว ทางผู้ขายมีบริการหลังการขายหรือคำแนะนำอื่นอย่างไร |
|
|
ผู้ซื้อสามารถขอรับคำแนะนำ หรือเอกสารการใช้ ประโยชน์ต่าง ๆ ของน้ำมันหอมระเหยได้ตามความต้องการที่ botanicessence@yahoo.com หรือหากต้องการปรึกษาเกี่ยวกับการนำน้ำมันหอมระเหยไปใช้ในรูปแบบต่าง ๆ วิธีและปริมาณการใช้ที่ถูกต้องในแต่ละครั้ง สามารถโทรศัพท์มาได้ที่ 081 3543664 (คุณนัท)
|